1. ใครว่าออกกำลังกาย ต้องใช้เวลามากเสมอไป
คนทั่วๆไปมักจะเข้าใจว่า วิธีการออกกำลังกายเพื่อให้เผาผลาญแคลอรี่มากๆนั้น
ต้องออกกำลังกายอย่างหนักและนานๆจึงจะได้ผลดี เห็นทีจะต้องเปลี่ยนความคิดใหม่แล้วละค่ะ
เพราะมีการศึกษาจากประเทศเนเธอร์แลนด์ ถึงปริมาณการออกกำลังกายว่าแค่ไหนจึงจะมีประสิทธิภาพมากที่สุด
ซึ่งพบว่าผู้ที่ออกกำลังกายขนาดปานกลางโดยไม่หักโหมนนัก
เช่น การเดิน, ขี่จักรยานจะมีประสิทธิผลของร่างกายสูงที่สุดค่ะ
สำหรับระยะเวลาของการออกกำลังกาย ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าเวลาประมาณ
30 นาที ก็เพียงพอแล้วค่ะ เพราะการออกกำลังกายเพียง 30
นาทีนี้ ร่างกายจะมีการเผาผลาญแคลอรี่ได้มากเต็มที่แล้วค่ะ
การที่คุณออกกำลังกายมากและนานกว่านี้ ไม่ได้แปลว่าจะทำให้ร่างกายของคุณดีขึ้นหรือเผาผลาญแคลอรี่ได้มากขึ้นอย่างที่เข้าใจเลยค่ะ
(เขาวิจัยออกมาแล้ว เชื่อหน่อยเถอะ) นอกจากนี้สำหรับผู้ที่ไม่มีเวลาออกกำลังกายกับเขาเสียเลย
ก็สามารถใช้วิธีการออกกำลังกายด้วยการทำงานบ้านได้ค่ะ
เช่น ทำสวนปลูกต้นไม้, ตัดหญ้า, หรือถูบ้าน และที่ง่ายที่สุดก็คือการเดินนี่แหล่ะค่ะ
คราวนี้เวลาคงไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อความฟิตของร่างกายคุณอีกแล้วนะคะ
ขอให้ทำเป็นประจำเถอะ รับรองหุ่นจะปิ๊งขึ้น และยังดีกับสุขภาพอีกด้วยสิ
2.ต้องออกกำลังอย่างหนักหน่วง
จึงจะรีดน้ำหนักตัวกันได้จริงหรือ
ถ้าใครคิดว่า การวิ่งเร็ว ๆ ระยะทาง 1 กิโลเมตร โดยใช้เวลา10
นาทีได้ผลกว่าการเดิน ระยะทางเท่ากัน แต่ใช้เวลามากกว่านั้น
ขอให้คิดใหม่ ทำใหม่ได้แล้วค่ะ เพราะผลการศึกษาพบว่า ทั้งสองวิธีช่วยเผาผลาญแคลอรี่ประมาณ
200 แคลอรี่เท่ากัน ถ้าคุณไม่ชอบวิ่งก็ไม่ต้องฝืนไปวิ่งให้เหนื่อยหอบแฮ่ก
ๆ โดยหวังว่าจะช่วยรีดน้ำหนักตัวได้เร็ววัน เหมือนอย่างที่นักมวยน้ำหนักเกินพิกัด
เขาทำกันหรอกค่ะ ขอให้ตั้งใจจริง มีความมุ่งมั่น และไม่จำเป็นต้องออกกำลังกายอย่างหักโหม
และรุนแรง ซึ่งเสี่ยงกับการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อไปเปล่า
ๆ เลือกทำกิจกรรมที่คุณชอบ ทำอย่างสม่ำเสมอ สักวันหุ่นล้ำปึ๊ก
ก็เพรียวบางได้เองค่ะ (ถ้าคุณไม่ได้อ้วนเพราะกรรมพันธ์นะ)
3. ก่อนออกกำลังกาย ต้องงดอาหารด้วยจริงหรือ
แน่นอนว่าการกินอาหารตามใจปาก แม้ว่าคุณจะทุ่มเทกับการออกกำลังอย่างหนัก
ก็ไม่อาจทำให้น้ำหนักส่วนเกินหายไปได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า
คุณต้องปล่อยให้หิวโซก่อนไปออกกำลังกาย เพราะแทนที่คุณจะเดินรอบสนาม
ได้ 2 รอบ ภายใน 20 นาที คุณอาจทำได้แค่ครึ่งรอบ และยอมยกธงขาวแพ้แล้ว
พราะทนเสียงท้องร้องไม่ไหว การรองท้องด้วยอาหารไม่หนักมาก
กลับทำให้คุณรู้สึกสดชื่น มีพละกำลังที่จะออกกำลังกายได้ตลอดรอดฝั่งถ้าคุณออกกำลังกายในช่วงเช้า
อาหารมื้อเช้า ที่ช่วยเพิ่มพลังงานและเรี่ยวแรงได้ทันที
คือกล้วยหอมและนมสด (พร่องมันเนย) แต่สำหรับคนที่ออกกำลังกายหลังเลิกงาน
ซีเรียลกับโยเกิร์ต ซึ่งจะย่อยช้า ๆ ช่วยให้คุณอิ่มท้องนาน
ไม่ทำให้ความหิว เป็นอุปสรรคสำหรับหุ่นสวยๆ กันค่ะ
4. ออกกำลังกายซ้ำ ๆ ทำให้เบื่อเร็ว
อันนี้จริงแท้แน่นอน ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม หากทำซ้ำ ๆ
กันทุกวันความเบื่อก็ย่อมถามหาเป็นธรรมดาแม้ว่าคุณจะหวังผลให้หน้าท้อง
ตึงเปรี๊ยะ ด้วยการ หมั่นซิทอัพอยู่ทุกวัน แต่ท่าบริหารหน้าท้องน่ะ
ใช่ว่าจะมีแค่ท่าซิทอัพเท่านั้น ลองปรับเปลี่ยนหลาย ๆ
จะช่วยให้
คุณสนุกกับการฟิตหุ่นมากขึ้น
5. ฝึกโยคะ ทำไมน้ำหนักตัวแทบไม่ลด
จริง ๆ แล้วการฝึกโยคะ มีประโยชน์กับสุขภาพมาก เพราะเป็นการฝึกสมาธิและเสริมความยืดหยุ่นให้กล้ามเนื้อ
ช่วยปรับท่าทางให้ดูดีขึ้น และยังช่วยคลายเครียดได้อย่างวิเศษ
แต่การฝึกโยคะ อาจจะไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุดในการลดน้ำหนักแม้ว่าหลักการของการฝึกโยคะ
จะให้ความสำคัญกับการรับประทานอาหารที่เน้นพืชผัก และเลี่ยงไขมัน
ปลอดจาก เนื้อสัตว์ รวมทั้งน้ำอัดลม และเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน
ซึ่งก็อาจคล้ายคลึงกับอาหารของชาวเจดี ๆ นี่เอง ซึ่งเป็นผลทางอ้อมที่ฃ่วยลดน้ำหนักตัวลงได้
แต่อย่างไรก็ตาม ถ้ามุ่งหวังลดน้ำหนักกันจริงจัง ควรเลือกวิธีออกกำลังประเภทแอโรบิค
หรือการออกกำลังแบบต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเดิน วิ่ง
หรือว่ายน้ำ ซึ่งถ้าทำเป็นประจำจะช่วยเผาผลาญไขมันได้ดี
และมีผลให้น้ำหนักตัวลดลง หากมีการควบคุมอาหารร่วมด้วย
|